ลูกกีวี่

กีวีฟรุต
(Kiwi, Chinese Gooseberry, Actinidia chinensis)

-

กีวี่

ที่มา

กีวีฟรุต มีถิ่นกำเนิด ในประเทศจีน แต่มา ได้รับความสำเร็จ ในการปลูก เป็นการค้า ใหญ่โต ที่ประเทศ นิวซีแลนด์ ถึงกับใช้ชื่อใหม่ว่า กีวีฟรุต (kiwi fruit) ซึ่งเป็น ฉายา ของประเทศ นิวซีแลนด์

เป็น ผลไม้ชนิดเถา เลื้อยต้อง ใช้ค้าง คล้ายกับการปลูกองุ่นผล หน้าตา แปลกคือสีน้ำตาล มีขนปกคลุม ทั่วทั้งผล แต่เนื้อ ในมีสีเขียว และมีเมล็ด เล็ก ๆ สีดำ กระจายอยู่ ทั่วทั้งผล แต่เนื้อในมีสีเขียว และมีเมล็ด เล็ก ๆ สีดำ กระจาย อยู่ทั่วไป สวยงามมาก จึงมักนิยม ใช้ประดับ หน้าขนม หรือแต่งจาน สลัด ไอศกรีม ฯลฯ

โครงการหลวง ได้ทำการ วิจัยการปลูก กีวีฟรุต มาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 พบว่ากีวี ฟรุตต้อง การอากาศ หนาวเย็น ค่อนข้างมาก ขณะนี้ ปลูกได้ดี ที่สถานีเกษตร หลวงอ่างขาง และกำลัง แนะนำส่งเสริม ให้ชาวเขา ปลูก เป็นพืช เศรษฐกิจ ต่อไป

การขยายพันธุ์

พันธุ์ที่นิยมปลูกอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ คือ พันธุ์เฮย์วูด และ พันธุ์บรัมพ์ ส่วนในประเทศไทยนำมาปลูกหลายพันธุ์คือ พันธุ์ตัวเมีย ได้แก่ แอบบอตต์ มอนที บรูโน และเฮย์วูด ส่วนต้นตัวผู้ เช่น มาตัว แมกคลีน และโตมูริ การปลูกกีวีฟรุตที่สถานีวิจัยเกษตรดอยอ่างขาง พื้นที่ปลูกต้องมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยไม่สูงกว่า25 องศาเซลเซียสหน้าดินลึกอย่างน้อย60 เซนติเมตรมีความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-7.0 การขยายพันธุ์ทำได้ทั้งวิธีเพาะเมล็ด ทาบกิ่ง และปักชำ อย่างไรก็ตาม วิธีทาบกิ่งให้ผลดีที่สุด โดยการนำต้นกล้าอายุอย่างน้อย 1-2 ปี ไปทาบกิ่งพันธุ์ดี บางกรณีอาจทาบกิ่งให้ได้ต้นตัวผู้และต้นตัวเมียอยู่บนต้นตอเดียวกัน แต่การติดผลยังอยู่ในอัตราต่ำกว่าปลูก ต้นตัวผู้แทรกในแถวต้นตัวเมีย ในอัตรา 1:4 ถึง 1:9 ใช้ระยะปลูกที่เหมาะสม 4.5×6.0 หรือ 4.5×6.0 เมตร เนื่องจากกีวีฟรุตเป็นพืชเถาเลื้อย จำเป็นต้องทำค้างให้เลื้อย ลักษณะเดียวกับค้างองุ่น ค้างที่ได้ผลดีและทำง่ายคือ ค้างแบบตัวทียกระดับ สูงจากระดับพื้นปลูก1.8 เมตรขนาดกว้าง 2-2.5 เมตรส่วนความยาวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่ เลือกต้นกล้าที่เตรียมไว้ ต้องสมบูรณ์แข็งแรง มีเถาตั้งตรง มีตากิ่งที่สมบูรณ์ 4-5 ตา ของหลุมกว้าง 50×50 เซนติเมตร คลุกดินที่ขุดขึ้นจากหลุมกับปุ๋ยคอกเก่าอัตรา 1-2 ปุ้งกี๋ ต่อหลุม รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต อัตรา200 กรัมต่อหลุม พร้อมเศษหญ้าแห้ง วางถุงเพาะกล้าลงตอนกลางหลุมฉีกถุงให้ขาดออกระวังอย่าให้รากกระทบกระเทือน เกลี่ยดินกลบ อัดดินพอแน่น ให้เป็นหลังเต่า ป้องกันน้ำขัง รดน้ำพอชุ่ม ใช้เชือกหรือลวดโยงเถากับค้างให้เถาตั้งตรง เมื่อปลายเถาเจริญเติบโตสูงเกินค้าง ให้ตัดส่วนปลายออกให้อยู่ระดับเดียวกับค้าง การตัดควรตัดในระยะพักตัวหรือช่วงที่มีอากาศเย็นจัด เมื่ออากาศอบอุ่นขึ้นหรือย่างเข้าปีที่สอง จะแตกกิ่งมาใหม่ เลือกกิ่งที่แข็งแรงไว้ 2 กิ่ง ให้เป็นกิ่งหลัก วางพาดลงบนค้าง ย่างเข้าปีที่สาม ปล่อยให้แตกกิ่งออกอีก 2-3 กิ่ง ตัดส่วนเกินออก จัดระเบียบกิ่งให้แผ่ขยายออกอย่างเป็นระเบียบ ผูกโยงกิ่งกับค้าง การใส่ปุ๋ยให้ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา150 กรัมต่อต้น ต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง และให้เพิ่มขึ้นเป็น 200-300 กรัมต่อต้น ในปีที่สาม ระยะนี้กีวีฟรุตเริ่มออกดอกติดผล บนดอยอ่างขางเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม หรือหลังดอกบานแล้ว ประมาณ 3 เดือน ส่วนโรคระบาดสำคัญคือ โรครากเน่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียป้องกันได้โดยปรับปรุงดินให้ร่วนซุย จัดการระบายน้ำออกจากหลุมปลูกให้ดี หว่านปูนขาวอัตรา 1 กระป๋องนม ที่บริเวณโคนต้น ปีละ 2 ครั้ง พร้อมรดน้ำตาม ปฏิบัติได้ตามคำแนะนำ การระบาดของโรครากเน่าจะไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ส่วนแมลงศัตรูกีวีฟรุต อาจพบบ้างบางครั้งคือ หนอนผีเสื้อ เมื่อพบการระบาดให้จับตัวหนอนทำลายทิ้ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีแต่อย่างใด

ประโยชน์ของกีวี” เพื่อสุขภาพที่ดี

“กีวี” ผลไม้เมืองหนาวหรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “กีวีนิวซีแลนด์ส” ถึงแม้จะเป็นผลไม้เมืองนอกแต่ขอบอกค่ะว่า ประโยชน์ของกีวี มีมากมายนัก ทั้งต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ช่วยลดแคลอรีและเรื่องระบบการเผาผลานที่ดี อีกทั้งยังมีวิตตามินซีสูงมาก นั้นเรามาทำความรู้จักกับ ประโยชน์ของกีวี มีมากมาย เช่น
สุดยอดคุณค่าวิตามินอี
วิตามินอีได้รับการขนานนามว่าช่วยชะลอความแก่ชรา ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ คุณสมบัติที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอี นอกจากจะช่วยป้องกันเซลล์จากการเสื่อมสภาพแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย จากการวิจัยพบว่ากีวีมีปริมาณวิตามินอีสูงสุด โดยเฉพาะกีวีทองซึ่งมีวิตามินอีมากกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า
เต็มที่ด้วยพลังไฟเบอร์
ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานในร่างกาย แต่เข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารทำให้อิ่มได้เร็วและนาน นอกจากนี้ยังช่วยชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหารรวมถึงส่งเสริมให้หัวใจและร่างกายแข็งแรง กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%

 กีวี่วี่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s